LifestyleSocialWritings

ทำไมเราต้องปฏิบัติต่อ ‘ก้อนหิน’ อย่างมีจริยธรรม ?

เรื่องและภาพประกอบ : สาธิต สูติปัญญา

“ทำไมเราต้องปฏิบัติต่อก้อนหินอย่างมีจริยธรรม?”

บางคนอาจคิดว่าคำถามนี้ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะมีคำตอบ เหมือนจะรู้คำตอบ แต่ไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดอย่างไร ส่วนบางคนอาจหาคำตอบไม่ได้ เพราะคุ้นเคยว่าจริยธรรมเป็นเรื่องของการปฏิบัติระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ หรืออย่างดีที่สุดก็มนุษย์กับสัตว์ (?)

ก่อนจะให้เหตุผลว่าทำไมเราต้องปฏิบัติต่อก้อนดิน หิน ปูนอย่างมีจริยธรรม การสำรวจจุดยืนของผู้อ่านระหว่างแนวคิดแบบมนุษย์เป็นศูนย์กลางและแนวคิดมองประโยชน์ของโลกธรรมชาติเป็นศูนย์กลางเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

แนวคิดแบบมนุษย์เป็นศูนย์กลาง หรือ anthropocentric ประกอบจากรากของคำสองคำคือ anthrope ซึ่งแปลว่ามนุษย์ และคำว่า centric หรือ center ที่แปลว่าศูนย์กลาง พอแปลโดยรวมแล้ว คำดังกล่าวจึงหมายถึงแนวคิดที่มองจุดยืน และมองประโยชน์ของมนุษย์เป็นสำคัญ ส่วนอีกแนวคิดหนึ่งที่มองโลกธรรมชาติเป็นศูนย์กลางหรือ eco-centric จึงเป็นแนวคิดขั้วตรงข้ามของแนวคิดแบบ anthropocentric

น่าสนใจว่า แนวคิดแบบยึดมนุษย์ หรือ ‘ผลประโยชน์ของมนุษย์’ เป็นศูนย์กลางนั้นพัฒนาขึ้นมาและไปได้ดีกับแนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ไม่ว่าจะเป็นการนำพื้นที่ป่าบริเวณเขารอบ ๆ ภูเขาหรือทะเลมาทำเป็นห้องชุด ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือการไถพื้นที่ที่เคยเป็นป่าเพื่อนำมาสร้างห้างสรรพสินค้าหรือสนามกอล์ฟ เหล่านี้เป็นการกระทำที่ยึดผลประโยชน์มนุษย์เป็นศูนย์กลาง มิได้คำนึงถึง ‘สิทธิ์’ ที่ธรรมชาติเหล่านั้นจะสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้โดยไม่มีใครมาทำลาย (continued existence)

อัลโด ลีโอโพลด์ ศาสตราจารย์ด้านปรัชญาที่เชี่ยวชาญเรื่องธรรมชาติวิทยา นิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เหตุผลผ่านหนังสือ ‘A Sand County Almanac’ (1981) ไว้ว่าแนวคิดแบบมองมนุษย์เป็นศูนย์กลางนั้นถือเป็นการมองสิ่งต่าง ๆ แบบแยกส่วน หรืออนุภาคนิยม คือการมองสิ่งต่าง ๆ จากมุมมองเพียงมุมมองเดียว ส่วนการมองแบบธรรมชาติเป็นศูนย์กลางคือการมองแบบองค์รวม (holism) กล่าวคือมองความเป็นไปของธรรมชาติโดยพิจารณา ดิน น้ำ อากาศ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดมาประกอบการพิจารณาว่าจะกระทำ-ไม่กระทำสิ่งใด เนื่องจากสรรพสิ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ระบบนิเวศสมบูรณ์และสมดุล

ศาสตราจารย์รายนี้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการมองธรรมชาติแบบองค์รวมและผลกระทบของการมองโลกธรรมชาติแบบมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ไว้ในงานเขียนของเขา ในหัวข้อ ‘The Land Pyramid’ หรือพีระมิดของแผ่นดิน ไว้ว่า พลังงานที่ไหลเวียนไปทั่วทั้งผืนแผ่นดิน (energy flowing) เป็นสิ่งที่ทำให้ผืนดินหรือระบบนิเวศทั้งระบบดำรงอยู่อย่างมีสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากดวงอาทิตย์ให้พลังงานความร้อนจนกระตุ้นเม็ดสีคลอโรฟิลล์ในพืชให้สังเคราะห์แสง สร้างพลังงานมาสะสมไว้ที่ต้น ใบ และราก จากนั้นสัตว์เล็กสัตว์น้อยจึงบริโภคพืชพรรณเหล่านั้น และสะสมพลังงานอีกทอดหนึ่ง

จากนั้นผู้ล่าลำดับถัดมาจึงบริโภคสัตว์กินพืช และผู้ล่าลำดับถัด ๆ ไปก็บริโภคต่อกันเป็นทอด ๆ ซึ่งการบริโภคกันเป็นทอด ๆ นั้นถือเป็นการถ่ายเทพลังงานจากดวงอาทิตย์ให้ไปถึงสรรพสิ่งต่าง ๆ ในแผ่นดินอย่างสมดุล ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าทุกสรรพสิ่งต้องนำใช้ทรัพยากรในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มาก ไม่น้อยจนทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุล

อย่างไรก็ตาม เมื่อมนุษย์มองธรรมชาติแบบมนุษย์เป็นศูนย์กลาง พวกเขาจึงนำใช้ทรัพยากรต่าง ๆ แบบ ‘มือใครยาว สาวได้สาวเอา’ เพื่อทำให้ตนเองได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้ทรัพยากรนั้น ไม่ว่าจะเป็นการถางป่าเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย การล่าสัตว์เพื่อนำมาทำอาหารอย่างเกินพอดี หรือแม้กระทั่งการใช้น้ำบริสุทธิ์อย่างเกินความจำเป็น การกระทำอันเกินพอดีดังกล่าวทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุล

เช่น ถ้าชาวประมงล่าฉลามเพื่อตัดครีบของพวกมันมาทำเมนูหูฉลาม จากนั้นปล่อยฉลามลงสู่ทะเล ท้ายที่สุดฉลามที่ไร้ครีบเหล่านั้นจะไม่สามารถว่ายน้ำได้ และจะถูกฉลามตัวอื่น ๆ กินเป็นอาหาร การกระทำเช่นนี้มีผลโดยตรงทำให้ระบบนิเวศในท้องทะเลเสียสมดุล เนื่องจากเมื่อผู้ล่าอย่างฉลามมีปริมาณน้อยลง อาจทำให้สัตว์ที่เคยเป็นอาหารของฉลาม (ตามธรรมชาติ) มีมากขึ้น และส่งผลให้สัตว์อีกชนิดที่เป็นอาหารของสัตว์ที่เคยถูกฉลามล่า มีจำนวนมากขึ้นเนื่องจากผู้บริโภคสำดับสูงสุดอย่างฉลามลดลง ท้ายที่สุดสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลจะมีปริมาณที่ไม่สมดุล และอาจถึงขั้นที่สัตว์บางชนิดจะถูกล่ามากเกินไปจนสูญพันธุ์

ดังนั้นการที่จะสร้างสำนึกทางธรรมชาติ และสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศ จึงต้องปรับเปลี่ยนการทำงานทางความคิดกับมนุษย์ ให้มนุษย์มองว่าโลกธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถหาผลประโยชน์เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองตามมุมมองแบบ anthropocentric เพราะสรรพสิ่งอื่น ๆ ในโลกธรรมชาติล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งมีชีวิตหนึ่งหน่วยที่ทำงานผสานกันให้โลกชีวะ (biotic community) มีสุขภาพดี และสมดุล และไม่มีสรรพสิ่งใดมีอำนาจหรือมี ‘สิทธิ์’ ที่จะนำใช้ทรัพยากรต่าง ๆ จนทำให้ขาดสมดุลแห่งโลกชีวะ

หนึ่งข้อเสนอที่อัลโด ลีโอโพลด์เสนอเพื่อรักษาสมดุลของโลกธรรมชาติคือการ ‘ขยายขอบเขตของจริยศาสตร์’ จากเดิมที่จริยศาสตร์เป็นเรื่องของการปฏิบัติต่อมนุษย์กับมนุษย์ หรือมนุษย์กับสัตว์บางชนิด เขาเสนอให้ จริยศาสตร์กินความไปจนถึงมนุษย์และสรรพสิ่งอื่น ๆ อย่างก้อนหิน ดิน ทราย และต้นไม้ ใบหญ้า เพื่อป้องกันการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ จนธรรมชาติเสียสมดุล

รองศาสตราจารย์เนื่องน้อย บุณยเนตร ศาสตราจารย์คณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาปรัชญา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำแนวคิดของของอัลโด ลีโอโพลด์มาขยายต่อในหนังสือ ‘จริยศาสตร์สภาวะแวดล้อม : โลกทัศน์ในพุทธปรัชญาและปรัชญาตะวันตก’ (1994) ตอนหนึ่งว่า นักปรัชญาบางสำนักมองว่ามนุษย์ต้องปฏิบัติต่อมนุษย์อย่างมีจริยธรรมเนื่องจาก มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีคุณค่าในตัวเอง (intrinsic value) และเป็นจุดหมาย มีเป้าหมายเป็นของตัวเอง (end in itself) มากไปกว่านั้นมนุษย์ยังมีความสามารถทางภาษา มีการสำนึกในตัวตน (self-consciousness) มีความสามารถในการใช้เหตุผล และมีความปรารถนา ซึ่งต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อย่างต้นไม้ ใบหญ้า ก้อนหิน ดินทรายที่ไม่มีความสามารถดังกล่าว

ด้วยคำอธิบายนี้เองจึงมีมนุษย์บางกลุ่มที่อ้างว่า ในเมื่อสรรพสิ่งอื่น ๆ อย่างก้อนหิน ดิน ทราย และต้นไม้ ใบหญ้า ไม่มีคุณสมบัติเหล่านั้นเหมือนมนุษย์ เราจึงไม่จำเป็นต้องปฏิบัติต่อสรรพสิ่งที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านั้นอย่างมีจริยธรรม อย่างไรก็ตาม รองศาสตราจารย์เนื่องน้อย ยกข้อโต้แย้งของลีโอโพลด์ขึ้นมาอ้างในหนังสือของเธอว่า

“ปัญหาของข้ออ้างเช่นนี้อยู่ที่มันทำให้มนุษย์หลายกลุ่มถูกตัดออกจากอาณาจักรของสิ่งที่มีคุณค่าในตัวเอง เนื่องจากมิอาจปฏิเสธได้เลยว่ามีมนุษย์หลายกลุ่มที่มิได้มีลักษณะตามที่ถูกอ้างว่าเป็นลักษณะบ่งบอกคุณค่าในตัวเอง เช่น คนพิการทางสมอง คนชราที่หลงแล้ว หรือแม้กระทั่งเด็กทารก นั้นหมายความว่าหากยังยึดลักษณะเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกคุณค่าในตัวเอง เราก็คงต้องยอมให้มนุษย์กลุ่มดังกล่าวถูกปฏิบัติเหมือนเป็นวิถีไปถึงจุดหมาย (means to an end) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เราต้องยอมให้ปฏิบัติต่อมนุษย์เหล่านี้เป็นเสมือนวัตถุหรือเสมือนสิ่งมีชีวิตที่มีคุณค่านอกตัว (instrumental value) เช่น กำจัดได้ หากการกำจัดจะก่อให้เกิดประโยชน์ ผ่าตัดทั้งเป็นเพื่อการศึกษาทางสรีรวิทยา จับมาล่าเพื่อความสนุก”

ดังนั้น เพื่อหาคำตอบของคำถามซึ่งปรากฏอยู่ในบรรทัดแรกของบทความ ว่า “ทำไมเราต้องปฏิบัติต่อก้อนหินอย่างมีจริยธรรม?” เราจึงอาจนำแนวคิดข้างต้นมาใช้อธิบายได้ว่า หากเราอ้างว่ามนุษย์สามารถปฏิบัติต่อสรรพสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากมนุษย์อย่างไร้จริยธรรมได้ เนื่องจากจริยธรรมเป็นเพียงเรื่องของมนุษย์กับมนุษย์ หรืออย่างดีที่สุดคือ มนุษย์กับสัตว์ หรือเนื่องจากสิ่งอื่นใดที่ไม่ใช่มนุษย์นั้นไม่มี ‘คุณค่าในตัวเอง’ สิ่งเหล่านั้นมีค่าเพียงเพราะพวกมันสร้างประโยชน์ให้มนุษย์ การมองดังกล่าว อาจเป็นการมองสิ่งต่าง ๆ ผ่านมุมมองที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการให้คุณค่า ซึ่งเป็นมุมมองที่แคบจนเกินไป และเป็นมุมมองที่ขัดต่อความเป็นจริงตามธรรมชาติ เนื่องจากทุกสรรพสิ่งในจักรวาลต่างดำรงอยู่อย่างเชื่อมร้อยกัน ถ้ามนุษย์ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างไร้จริยธรรม ท้ายที่สุด การกระทำดังกล่าวอาจนำเราไปสู่จุดที่ไม่อาจหวนคืนกลับมาได้

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
3
Love รักเลย
2
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
1
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Lifestyle

Writings

สำรวจรูปแบบความสัมพันธ์และพื้นที่ปลอดภัยในธรรมศาสตร์และการดีล

TW : Sexual Harassment คุกคามทางเพศ เรื่องและภาพ : ปาณิสรา ช้างพลาย ‘นัดดีล’ คือการหาความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดต่างๆ ชวนคนมาทำกิจกรรมที่สนใจร่วมกัน โดยอาจจะมีเรื่องเพศหรือไม่มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้องก็ได้  ‘ธรรมศาสตร์และการดีล’ คือกลุ่มไลน์ OpenChat ที่มีสมาชิกอยู่สูงสุดถึง 5,000 คน และมีจุดประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่ในการนัดดีล ซึ่งมีทั้งคนที่เข้ามาเพื่อมองหาความสัมพันธ์ที่ตอบโจทย์กับตนเอง คนที่เข้ามาอ่านเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว ...

Lifestyle

Office Syndrome: ผลเสียจากการเรียนออนไลน์ที่ยังแก้ไม่หาย พร้อม 5 วิธีคลายเมื่อยสำหรับชาวมธ.

เรื่อง : ฌัชฌา สรนันท์ ภาพ : ปาณิสรา ช้างพลาย โรงอาหารที่มีคนต่อแถวเรียงราย หอสมุดที่เต็มไปด้วยนักศึกษามานั่งติวหนังสือ และบรรยากาศในห้องเรียนที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง ล้วนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าทุกอย่างกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติแล้ว หลังจากเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนมหาวิทยาลัยต้องประกาศให้นักศึกษาและอาจารย์ทำการเรียนการสอนแบบออนไลน์อยู่ที่บ้านนานถึง 2 ปี  เชื่อว่าทั้งอาจารย์และนักศึกษาเองต่างก็ได้รับผลกระทบจากการเพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไอแพด หรือสมาร์ทโฟนเป็นระยะเวลานาน ...

Lifestyle

เบื้องหลังความเชื่อ และคำทำนาย: บันทึกลับฉบับ เด็ก Gen Z

เรื่องและภาพประกอบ : ปาณิสรา ช้างพลาย Varasarnpress ชวนคุณมาเปิดบันทึกลับ ฉบับ Gen Z ถึงมุมมองที่มีต่อการ “ดูดวง” ว่าเบื้องหลังความเชื่อ และคำทำนายต่าง ๆ นั้น อะไรคือสิ่งที่ทำให้การดูดวงเป็นที่นิยมในหมู่ Gen Z ตั้งแต่วัยมัธยม ...

Lifestyle

ค่าใช้จ่ายในการมีความรัก ฉบับ GEN Z

เรื่องและภาพประกอบ : ปาณิสรา ช้างพลาย Varasarnpress ชวนคุณมาร่วมสำรวจค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นจากการมีความรัก ฉบับเด็ก Gen Z  จากการเผยแพร่แบบสอบถามทางออนไลน์ระหว่างวันที่ 21 – 25 กุมภาพันธ์ 2565 ...

Lifestyle

ความสัมพันธ์แบบ ‘ไม่ผูกมัด’ ของคนรุ่นใหม่ กับการค้นหาตัวเองที่ไม่ต้องใช้อิสระมาแลก

เรื่องและภาพประกอบ : ณัฐกมล สิทธิวงศ์ ‘รู้ไหม ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักกับการต้องเป็นคนของใคร ฉันชอบอยู่ตัวคนเดียว ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และผู้คนก็เจ็บปวดเพราะมัน ใครล่ะจะต้องการ พวกเรายังเด็กอยู่เลย ใช้ชีวิตให้สนุกเท่าที่ยังมีโอกาส แล้วค่อยคิดถึงเรื่องจริงจังทีหลังดีกว่า’ นั่นคือสิ่งที่ Summer Finn ตัวละครหญิงจากภาพยนตร์เรื่อง 500 ...

Lifestyle

เมื่อชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบ

เรื่อง ชนิสรา หน่ายมี ภาพ นิชดา พูลเพชร “ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบ” หากพูดถึงความผิดพลาด หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี และเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามนุษย์ทุกคนต้องเคยทำสิ่งที่ผิดพลาด และมีแต่มนุษย์นี่แหละที่แบกความคาดหวังไว้บนบ่า พร้อมคิดว่าทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบจนทำให้เกิดความทุกข์เมื่อสิ่งที่คาดหวังไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราตั้งใจ ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ ความผิดพลาดอาจจะเกิดจากความคิด ...

0 %

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Google Analytics

    คุ้กกี้ที่เราเก็บไป จะนำไปใช้เพื่อประกอบการวิเคราะห์การอ่านบทความ/ข่าวภายในเว็บไซต์เท่านั้น จะไม่มีการนำข้อมูลผู้ใช้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด

Save