SocialWritings

แก้ไข 112 เพื่อปกป้องพระเกียรติให้ชัดเจน

เรื่อง : กัญญารัตน์ แป้งหอม
ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา

ประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับความผิดต่อพระมหากษัตริย์มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปีพ.ศ. 2453 ครั้งที่ประเทศไทยยังไม่ได้เปลี่ยนมาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย กระทั่งในปัจจุบันที่เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบการปกครองแล้ว กฎหมายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ยังเป็นที่สนใจต่อสาธารณชน โดยในระยะนี้ความสนใจของประชาชนมุ่งไปที่ประเด็นการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายที่ว่าด้วย การแสดงพฤติกรรมหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเปิดเผย ซึ่งเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกลได้ยื่นเสนอชุดร่างกฎหมาย 5 ฉบับต่อรัฐสภาและแถลงว่า “เป็นชุดกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ซึ่งมีหลักการที่สำคัญที่สุดคือ การทำให้สถาบันเป็นที่เคารพสักการะ ปลอดจากคำติฉินนินทา และคำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ ของสาธารณชน” เพื่อปรับเปลี่ยนให้ข้อกฎหมายมีความเหมาะสม และยังธำรงไว้ซึ่งพระเกียรติแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์

เมื่อพิจารณากฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างถี่ถ้วนแล้วจะพบข้อถกเถียงของกฎหมาย ดังเช่นว่า อัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3 – 15 ปีนั้นเป็นโทษที่สูงมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความผิดของประชาชนในฐานหมิ่นประมาท อันมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 – 2 ปีและปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือขอบข่ายของความผิดที่ไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การดูหมิ่นพระมหากษัตริย์จะต้องมีพฤติกรรมเช่นไร เมื่อเกิดข้อกฎหมายที่ดูไม่ชัดเจนเช่นนี้แล้ว กระบวนการยุติธรรมตลอดทั้งกระบวนอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ จึงเกิดความคิดเห็นว่าควรจะแก้ไขข้อกฎหมายนี้ให้ชัดเจน

เพื่อให้มองเห็นข้อถกเถียงของกฎหมายมาตรานี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น กรณีการต้องโทษของ นางอัญชัญ ปรีเลิศ อดีตข้าราชการระดับสูงในหน่วยงานของรัฐก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เห็นถึงความรุนแรงของโทษ โดยนางอัญชัญเป็นจำเลยในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ซึ่งถูกตัดสินจำคุกกรรมละ 3 ปีจำนวน 29 กรรม รวมเป็น 87 ปี และได้รับการลดโทษกึ่งหนึ่งเนื่องด้วยรับสารภาพต่อศาล จึงเหลือให้จำคุก 29 ปี 174 เดือน โดยนางอัญชัญต้องโทษในฐานความผิดเรื่องการแชร์คลิปเสียงการวิเคราะห์การเมืองไทยของดีเจคนหนึ่งและถูกจับกุมในปี 2558 ซึ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับคดีสะเทือนขวัญกลางปี 2560 ของนางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว และคณะที่ได้ลงมือฆ่าชำแหละชิ้นส่วนนางสาววริศรา กลิ่นจุ้ยแล้วนำศพไปซ่อนเพื่ออำพรางคดี ผู้ลงมือกระทำถูกตัดสินจำคุกคนละ 34 ปี 6 เดือน เป็นเวลาน้อยกว่านางอัญชัญถึง 9 ปี จึงอาจสะท้อนให้เห็นว่าการตัดสินให้จำคุกในคดี ม.112 อาจมีลักษณะที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับโทษความผิดในคดีอื่น ๆ

อีกกรณีหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงขอบข่ายความผิดที่ระบุไว้ในกฎหมายอย่างคลุมเครือคือ คดีของนางสาวชญาภา โชคพรบุศศรี พนักงานบัญชีของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกดำเนินคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 หรือกฎหมายเกี่ยวกับการแสดงออกที่ยุยงให้เกิดความไม่สงบหรือก่อการละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ซึ่งเธอถูกจับกุมในฐานเผยแพร่ข่าวลือเรื่องการรัฐประหารซ้อนเพื่อยุติบทบาทของรัฐบาลซึ่งนำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาลงบนเฟซบุ๊ก เธอถูกจับกุมเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 หลังจากนั้นจึงถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมด้วยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กโดยเจ้าหน้าที่ของศาลทหารอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้การตัดสินคดีเป็นการพิจารณาซึ่งไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนที่ศาลทหารกรุงเทพ จึงไม่สามารถทราบรายละเอียดได้ว่าการเขียนข้อความลงบนเฟซบุ๊กของจำเลยได้กระทำการกล่าวถึง หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร ท้ายที่สุดเธอได้รับโทษจำคุก 7 ปี 30 เดือน ทำให้เห็นว่าการเอาผิดตามกฎหมายอาญา ม.112 นั้น อาจเกี่ยวเนื่องกับความคลุมเครือของพฤติกรรมซึ่งประชาชนไม่สามารถเข้าใจได้อย่างแน่ชัดว่า การกระทำใดเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

แม้ว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะมีมาอย่างยาวนานเพื่อปกป้องเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เมื่อข้อกฎหมายมีช่องโหว่ก็ควรได้รับการแก้ไขให้มีความชัดเจนและมีอัตราโทษที่เหมาะสมกับความผิดที่บุคคลได้กระทำไว้ เพื่อป้องกันการแอบอ้างอำนาจของสถาบันกษัตริย์ไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการเสนอข้อคิดเห็นโดยชอบธรรมของประชาชนที่มีต่อบ้านเมือง

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
1
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
1

Comments are closed.

More in:Social

Writings

เสรีภาพสื่อไทย จากจุด (เคย) สูงสุด สู่ยุค…

เรื่อง : รุจน์ โกมลบุตร ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา “เสรีภาพของสื่อไทยยังมีอยู่ไหม” กลายเป็นคำถามของประชาชนที่ท้าทายการทำงานของสื่อทุกวันนี้ ท่ามกลางสังคมที่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ที่ไม่ว่าฝ่ายใดก็มักจะไม่พอใจการทำหน้าที่ของสื่อ เช่น หาว่านำเสนอข่าวไม่รอบด้านบ้าง เข้าข้างเยาวชนบ้าง ...
Writings

‘ช่วยตัวเอง’ หนีปัญหาสู่ความสุขที่จุดสุดยอด ?

เรื่อง : ธนากร ใจกล้า ภาพประกอบ : จุฑารัตน์ พรมมา, ณลินทิพย์ ตันทักษิณานุกิจ ‘โลกความเป็นจริงมันโหดร้าย’ ผมจำไม่ได้ว่าได้ยินประโยคคลาสสิกนี้ครั้งแรกเมื่อไร รู้ตัวอีกทีก็ยอมรับไปแล้วว่าบางครั้งโลกความเป็นจริงก็ไม่ใช่สถานที่ที่น่าอภิรมย์สักเท่าไร เหมือนว่าชีวิตของมนุษย์มี ‘ปัญหา’ ...
Social

เมื่อ ‘ชาติ’ แปรผัน

เรื่อง: สาธิต สูติปัญญา ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารที่เมียนมาในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนมากมาย ทั้งหมอ พยาบาล นักกฎหมาย ดารา ...
Social

เราจะกระจายวัคซีนอย่างไร ในสถานการณ์ที่ไม่มีคำว่าเท่าเทียม

เรื่อง : วีริสา ลีวัฒนกิจ ในสถานการณ์ปกติคงไม่มีใครกล้าพูดว่าความเท่าเทียม (equality) เป็นสิ่งที่ไม่ดี โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของสวัสดิการของภาครัฐ แต่ไม่ใช่กับสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ที่คนกลุ่มหนึ่งจะต้องเสี่ยงตายมากกว่าคนอีกกลุ่ม ยิ่งไปกว่านั้นวัคซีนทั้งหมดที่กำลังเริ่มเดินทางมาถึงแล้ว จะไม่สามารถฉีดให้กับประชาชนทุกคนทั่วประเทศได้ เนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดภูมิต้านทานหมู่เท่านั้น ดังนั้นคำถามที่ว่า ...
Interview

Chat กับ ‘Chit’ : ชวนมองรัฐประหารเมียนมา ผ่านสายตาสื่อในย่างกุ้ง

คือคำพูดที่ Chit Hnin Aye หรือ พี่ชิต อดีตนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ภาคภาษาอังกฤษ (B.J.M) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นนักเขียน ผู้วางกลยุทธ์ด้านเนื้อหา (content strategy) และผู้ที่สนใจด้านสื่อ ...
Social

คุณตาคุณยาย (จง) สมัครใจไม่รับวัคซีน?

เรื่อง ตติยา ตราชู    ผลกระทบทางเศรษฐกิจนับตั้งแต่ไทยมีการ ‘ปิดประเทศ’ และประกาศ ‘ล็อกดาวน์’ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทวีความรุนแรงและส่งต่อกันเป็นลูกโซ่ ถือเป็นความเร่งด่วนที่รัฐจะต้องรีบเร่งสอดส่ายหาทางออกให้กับประเทศในภาวะวิกฤต ภายใต้แรงกดดันจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่น่ากังขา การเปิดประเทศและคลายล็อกดาวน์ทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นประตูสู่ทางออกที่ประชาชนต่างพากันมุ่งหวังและตั้งตาคอย ไปพร้อม ๆ กับการรอคอยเงินช่วยเหลือระยะสั้นจากภาครัฐ ...
0 %

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Google Analytics

    คุ้กกี้ที่เราเก็บไป จะนำไปใช้เพื่อประกอบการวิเคราะห์การอ่านบทความ/ข่าวภายในเว็บไซต์เท่านั้น จะไม่มีการนำข้อมูลผู้ใช้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด

Save