News

มธ.เปิดตัวรถรับ-ส่งภายในพื้นที่ หลังหมดสัญญาว่าจ้างรถเอ็นจีวี เผยรถใหม่ใช้งานดีกว่ารถเก่า

เรื่อง: น้ำฝน หนุ่นสี

มธ. เปิดตัวรถพลังงานไฟฟ้าที่ให้บริการรับ-ส่งภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยทดแทนรถเอ็นจีวีที่หมดสัญญา  เผยรถใหม่ไม่ต้องเสียเวลารอเติมก๊าซเอ็นจีวี ส่งผลให้ไม่ขาดรอบวิ่งและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต ได้หมดสัญญาว่าจ้างกับบริษัทผู้ดูแลรถโดยสารเอ็นจีวีที่รับ-ส่งภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ทาง มธ. จึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นรถพลังงานไฟฟ้าแบบรถมินิบัสติดแอร์ มีที่นั่งจำนวน 15 ที่นั่ง มีราวจับสำหรับยืนได้ 20 คน และมีทางขึ้น-ลงรถ2 ทาง โดยบริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแล

นายวิฑูร อิทธิวิทูรธรรม หัวหน้าหน่วยบริการยานพาหนะและขนส่งมวลชน กองบริหารศูนย์รังสิต มธ. กล่าวว่า รถพลังงานไฟฟ้าใช้งานได้ดีกว่ารถโดยสารเอ็นจีวี เนื่องจากลานจอดรถพลังงานไฟฟ้ามีที่ชาร์จไฟฟ้า เมื่อรถหยุดพักวิ่งสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เสียเวลา แตกต่างจากรถโดยสารเอ็นจีวี ที่ต้องออกไปรอเติมก๊าซเอ็นจีวีที่ปั๊มน้ำมันข้างรั้ว มธ. ซึ่งใช้ระยะเวลาในการรอค่อนข้างนาน ทำให้รถขาดรอบวิ่ง

“ข้อดีอีกอย่างของการใช้รถพลังงานไฟฟ้าคือรถจะไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และคาร์บอนมอนนอกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เพราะไม่ได้ใช้น้ำมันและไม่มีการเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์” นายวิฑูรกล่าว

ภายในตัวรถพลังงานไฟฟ้าที่ให้บริการรับ-ส่งภายในมธ. ศูนย์รังสิต

นายวิฑูร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน มธ. มีรถพลังงานไฟฟ้ารับ-ส่งภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยจำนวน 20 คัน มีการจัดรอบรถวิ่งไว้ 16 คัน โดยแบ่งการวิ่งรถแต่ละสายเป็น สายสีเขียววิ่งตั้งแต่ 06.40-19.30 น. สายสีแดงวิ่งตั้งแต่ 06.45-19.15 น. สายสีฟ้าวิ่งตั้งแต่ 07.00-18.30 น. สายสีเหลืองวิ่งตั้งแต่ 07.00-19.30 น. และสายสีม่วงวิ่งตั้งแต่ 07.00-20.00 น. และเหลืออีก 4 คัน สำรองไว้กรณีที่มีรถเสีย เพื่อนำไปวิ่งทดแทนได้ทันที 

นางสาวสุนิสา กลิ่นจันทร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์ มธ. กล่าวว่า อากาศภายในรถพลังงานไฟฟ้าเย็นสบาย ซึ่งแตกต่างจากรถโดยสารเอ็นจีวีที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าว อย่างไรก็ตาม รถพลังงานไฟฟ้ามีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคโควิด-19 มากกว่ารถโดยสารเอ็นจีวี

“รถพลังงานไฟฟ้าทึบและติดแอร์ ส่วนรถเอ็นจีวีเปิดโล่ง ทำให้รถพลังงานไฟฟ้าเสี่ยงต่อการติดโควิด-19 แม้ว่าภายในรถจะมีมาตรการเว้นระยะห่างของที่นั่งและมีบริการเจลแอลกอฮอล์ให้ล้างมือก่อนขึ้น-ลงรถ แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่กังวลและกลัวอยู่” นางสาวสุนิสากล่าว

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:News

News

อดีตเจ้าหน้าที่ กต. เผย การคัดเลือกประเทศเข้าไทยไร้กฎเกณฑ์ที่ชัดเจน หวั่นอาจต้องปิดประเทศอีกรอบ

อดีตเจ้าหน้าที่ กต. เผย การคัดเลือกประเทศเข้าไทยไร้กฎเกณฑ์ที่ชัดเจน หวั่นอาจต้องปิดประเทศอีกรอบ ทางด้านแฟนคลับลิซ่าไม่เสียใจที่ต้นสังกัดปฏิเสธร่วมงานเคานต์ดาวน์ เพราะความปลอดภัยจากโควิด-19 ของศิลปินต้องมาก่อน แนะ เอาเงินไปจัดซื้อวัคซีน ประชาชนจะรู้สึกปลอดภัยและออกไปเที่ยวโดยไม่ต้องกระตุ้น

News

โรงเรียนในสุราษฎร์ฯ เลื่อนเปิดเรียน เหตุพบนักเรียนติดเชื้อโควิด-19

ครูสุราษฎร์ฯ เผยผู้ปกครองเห็นด้วยกับการกลับไปเรียนเพราะมั่นใจในมาตรการของโรงเรียน แม้จะมีนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้โรงเรียนกำลังรอดูสถานการณ์ต่อ 14 วัน

News

ช้างเลี้ยงพึ่งพากลไกธุรกิจท่องเที่ยว ปิดประเทศทำควาญ-ปางลำบาก แนะรัฐไทยปรับระบบดูแลให้ครบวงจร

เรื่อง: ตติยา ตราชู นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย ชี้ช้างเลี้ยงพึ่งพากลไกธุรกิจการท่องเที่ยว เมื่อปิดประเทศเพราะโควิด ทำให้ควาญขาดรายได้-ปางปิดตัว แนะรัฐไทยปรับระบบดูแลช้างให้ครบวงจร  นายธีรภัทร ตรังปราการ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย กล่าวว่า จากช้างเลี้ยงจำนวนทั้งหมด 3,800 เชือกในประเทศไทย มีเพียง ...

News

นักวิชาการรัฐศาสตร์ชี้ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก ไม่ใช่ผู้ชี้ขาดผลการเลือกตั้ง อบต. คาดการเมืองท้องถิ่นเริ่มพลิกฟื้นหลังถูกดองมาเกือบ 8 ปี

เรื่อง : ตติยา ตราชู นักวิชาการรัฐศาสตร์ชี้ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก หรือ new voter จะไม่ใช่ผู้ชี้ขาดผลการเลือกตั้ง อบต. ปลาย พ.ย.นี้ เพราะมีสัดส่วนในแต่ละเขตน้อยกว่าฐานคะแนนเดิม คาดการเลือกตั้ง ...

News

รายงานพิเศษ : สรุปเหตุการณ์ 10 วัน หลังนายกฯประกาศ ‘เปิดประเทศ’ ให้ชาวต่างชาติเที่ยวได้ 17 จังหวัด

จากกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ วารสารเพรสได้รวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากแถลงการณ์ดังกล่าว ในรอบ 10 วันที่ผ่านมา

News

ครบรอบ 10 ปีน้ำท่วม: ย้อนรอยน้ำท่วมปี 54 จับตาดูน้ำท่วมปี 64

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนจนถึงวันนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ฝนยังคงตกหนักเกือบทุกวัน เนื่องจากอิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่ พายุไลออนร็อก และพายุคมปาซุ จนหลายคนเริ่มกังวลว่าน้ำท่วมครั้งนี้จะรุนแรงและยาวนานเหมือนเมื่อครั้งปี 2554 หรือไม่ วารสารเพรสจึงอยากชวนทุกคนย้อนรอยเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อ 10 ปีที่แล้วกับเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร มีสิ่งใดบ้างที่เหมือนหรือแตกต่างกัน และสถานการณ์น้ำท่วมปี 2564 นี้จะเป็นไปอย่างไรต่อไป

0 %

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Google Analytics

    คุ้กกี้ที่เราเก็บไป จะนำไปใช้เพื่อประกอบการวิเคราะห์การอ่านบทความ/ข่าวภายในเว็บไซต์เท่านั้น จะไม่มีการนำข้อมูลผู้ใช้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด

Save